
พ.อ.รศ. ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ
settapong_m@hotmail.com
ประจำกรมข่าว ทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย
กรรมการกำหนดและจัดสรรคลื่นความถี่ใหม่
ภาย ใต้คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.)
โลกเราในปัจจุบันนี้เป็นยุคโลกาภิวัฒน์ (Globalization) ซึ่งก็คือสังคมที่เต็มไปด้วยข้อมูล และข่าวสาร และเป็นยุคที่เป็นโลกของการติดต่อสื่อสารที่ไร้พรมแดน ทั้งนี้เพราะเทคโนโลยีการติดต่อสื่อสารมีความทันสมัย ก้าวหน้าสามารถเชื่อมต่อโลกทั้งโลกได้ โดยไม่มีอุปสรรคด้านเวลาและระยะทาง 
ความก้าวหน้าในเทคโนโลยีที่ไม่เคยหยุดนิ่งนี้ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิต ของมนุษย์ในทุกๆ ด้านไม่ว่าจะเป็นด้านการทำงาน การทำธุรกิจ การศึกษา การวิจัยพัฒนา หรือแม้กระทั่งความบันเทิงต่างๆ สังเกตได้จากสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ รอบตัวเราส่วนใหญ่จะถูกควบคุมการทำงานด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์ ทั้งสิ้น
ในปี 2004 นิตยสาร Business Week ได้ทำการจัดอันดับ 15 สุดยอดแบรนด์ของโลก บริษัทที่ติดอันดับต้นๆ เป็นบริษัทที่ผลิตสินค้าและให้บริการด้านเทคโนโลยีถึง 6 อันดับ ได้แก่ Microsoft, IBM, General Electric, Intel, Nokia และ Hewlett Packard บริษัทเหล่านี้เล็งเห็นความสำคัญของเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าเหล่านั้นด้วย ผลิตภัณฑ์ของพวกเขา
เทคโนโลยีต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ระบบ Internet, Search Engine, Wireless technology, Multimedia, Broadband, Telecommunications, Bio Technology ต่างๆ เหล่านี้ได้ปฏิวัติชีวิตและแบบแผนดั้งเดิมในการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ของเราจนหมดสิ้น มีสถิติบันทึกไว้ว่านับตั้งแต่ Internet เป็นที่รู้จักของชาวโลกแค่เพียง 4 ปี ก็มีผู้เข้าใช้งาน Internet มากถึง 50 ล้านคนทั่วโลก
เทคโนโลยีนำเราสู่โลกใหม่และสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้มนุษย์อย่างมากมายมหาศาล เช่น ในด้านการศึกษา เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ทำให้โอกาสในการศึกษาเรียนรู้ของมนุษย์ขยายขอบเขตไป อย่างมาก เราสามารถเรียนรู้ได้ไม่ว่าอยู่ที่ใดในโลกผ่านสื่อ e-learning แบบ WBI (Web Based Instruction) หรือการเรียนการสอนผ่านบริการเว็บเพจ โดยมีผลสำรวจของสำนักวิจัย International Data Corporation (IDC) คาดการณ์ว่าในทวีปยุโรปความต้องการในการเรียนรู้ผ่าน e-learning จะขยายตัวเป็นสองเท่าในปี 2005 และจะมีเม็ดเงินหมุนเวียนสูงขึ้น 30% ทุกปีจนถึงปี 2008
ในด้านธุรกิจเทคโนโลยีการติดต่อสื่อสารและข้อมูลสารสนเทศ (Information & Communication Technology หรือ ICT) นับวันยิ่งมีบทบาทสำคัญมากขึ้นในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานขององค์กร โดยเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีการติดต่อสื่อสารและข้อมูลสารสนเทศ จะมีบทบาทหลักในการช่วยจัดเก็บข้อมูล ช่วยในการบริหารจัดการและวิเคราะห์ข้อมูลอย่างมีระบบ เพื่อนำมาประกอบการตัดสินใจ รวมถึงเทคโนโลยีด้านการพัฒนาจัดการความรู้ (Knowledge Management) และการสื่อสาร ผ่านทางระบบ Internet, Intranet และ Groupware (โปรแกรมที่ให้บริการ share ข้อมูลร่วมกันระหว่างกลุ่มคน service ที่ให้บริการ เช่น share calendars, email, share database, electronics meeting เป็นต้น)
ปัจจุบันนี้องค์กรต่างๆ กว่า 2,000 องค์กรทั่วโลก ต่างก็พยายามเชื่อมต่อเทคโนโลยีและพัฒนาการจัดการข้อมูลสารสนเทศให้มี ประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นเพื่อรองรับเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นผ่านรูปแบบที่เรียกว่า EAI (Enterprise Application Integration) ซึ่งในทางธุรกิจ EAI ช่วยให้องค์กรสามารถคิดค้นโซลูชั่นใหม่ๆ ทางธุรกิจ, สร้างความแข็งแกร่งให้กับระบบซัพพลายเชน, ช่วยปรับปรุงการทำงานภายในองค์กร, ลดเวลาและลดขั้นตอนการทำงานและเพิ่มผลผลิต, ช่วยลดต้นทุน อีกทั้งยังสามารถเพิ่มโอกาสในการทำธุรกิจ นอกจากนั้นเทคโนโลยี การดำเนินธุรกิจการค้าหรือการซื้อขายบนระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต (e-commerce) ยังเปลี่ยนแปลงโฉมหน้าการดำเนินธุรกิจแบบดั้งเดิมอีกด้วย
e-commerce สร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการขนาดกลางและย่อม เพราะถ้าเปรียบเทียบกับการดำเนินธุรกิจแบบดั้งเดิม e-commerce ใช้งบประมาณในการลงทุนต่ำกว่า, สามารถดำเนินการค้าอย่างไร้พรมแดนทั่วโลกตลอด 24 ชั่วโมง ในประเทศออสเตรเลีย e-commerce มีอัตราเติบโตอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง มีการคาดการณ์จากภาครัฐว่า ในปี 2007 ธุรกิจ e-commerce จะช่วยให้ GDP ของประเทศจะเพิ่มขึ้นอีกถึง 2.7%
ในด้านการวิจัยพัฒนาและการแพทย์ การพัฒนาของเทคโนโลยีชีวภาพ (Bio Technology) เปิดโลกทัศน์ใหม่เกี่ยวกับพันธุวิศวกรรม (Genetic Engineering), Genome, DNA, Nano Technology เพื่อช่วยการพัฒนาในด้านต่างๆ เช่น ด้านเกษตรกรรมและดานวิทยาศาสตร์การแพทย์ เทคโนโลยีชีวภาพ สามารถช่วยให้เราพัฒนาวิธีและยารักษาโรคใหม่ๆ ได้ ตัวอย่างเช่น ที่มหาวิทยาลัยมิชิแกน ประเทศสหรัฐอเมริกา นักวิจัยชื่อ James Baker ได้ทำการทดลองคิดค้นพัฒนาการรักษาโรคมะเร็งวิธีใหม่ โดยใช้เทคโนโลยี Nanomedicine ซึ่งก็คือการพัฒนาโมเลกุลของยาให้มีขนาดเล็กลงจนสามารถเข้าไปทำลายเซลล์ มะเร็งในร่างกายได้โดยตรง ซึ่งวิธีนี้จะเป็นวิธีรักษาที่ปลอดภัยและมีผลข้างเคียงน้อยกว่าวิธีการรักษา โดยใช้เคมีบำบัดในปัจจุบันและเทคโนโลยี Nanomedicine นี้ยังสามารถพัฒนาเพื่อรักษาโรคอื่นๆ ได้ต่อไป

ประเทศญี่ปุ่นก็เป็นประเทศหนึ่งที่ให้ความสำคัญในการค้นคว้าวิจัยและพัฒนาใน เรื่องเทคโนโลยีชีวภาพ ซึ่งญี่ปุ่นมองว่าเรื่องนี้จะเป็นกลยุทธในการพัฒนาประเทศต่อไป โดยในปัจจุบันประเทศญี่ปุ่นได้ใช้งบประมาณในการค้นคว้าวิจัยในด้านนี้สูงถึง 2 ล้านล้านเยน และจะเพิ่มงบประมาณในการค้นคว้าวิจัยให้สูงขึ้นถึง 25 ล้านล้านเยนภายในปี 2010
การมองเห็นโอกาสความร่วมมือหรือความสามารถต่างๆ และมองเห็นช่องทางในการก่อประโยชน์ให้กับองค์กร เป็นแรงขับเคลื่อนหนึ่งที่ทำให้เกิดนวัตกรรม ตัวอย่างเช่น ประเทศไทยกับประเทศออสเตรเลีย ได้มีการร่วมมือด้านการถ่ายโอนความรู้ด้านการศึกษาในระดับมหาวิทยาลัย เพื่อช่วยกันหาแนวทางรับมือกับการเปลี่ยนแปลงในด้านเทคโนโลยีและธุรกิจโลกใน ยุคโลกาภิวัฒน์ ส่วนในด้านธุรกิจ บริษัท Rolls-Royce ก็ได้มีโครงการรวมมือกันกับกลุ่มบริษัทในประเทศสิงคโปร์เพื่อศึกษาค้นคว้า เรื่องระบบพลังงานจากเซลล์เชื้อเพลิงเพื่อใช้ในเชิงพาณิชย์และโครงการนี้ก็ ประสบความสำเร็จได้ผลประโยชน์ร่วมกันทั้งสองฝ่าย
การคาดเดาอนาคตเป็นสิ่งที่ทำได้ยากแต่ถ้าเรามีการเรียนรู้และมีการพัฒนาองค์ ความรู้อย่างต่อเนื่องเพื่อที่จะเป็นผู้กำหนดอนาคตของเราเอง สิ่งที่เราคาดการณ์ไว้ย่อมเป็นไปได้เสมอ ดังคำกล่าวของ Mr. Alan Kay หัวหน้าหน่วยเทคโนโลยีของบริษัท Xerox PARC ที่ได้กล่าวไว้ว่า “หน ทางที่ดีที่สุดในการกำหนดอนาคตคือเราจะต้องสร้างมันขึ้นมาเอง”
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น