วันเสาร์ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

เครื่องปรับอากาศกินไฟน้อย

สัปดาห์นี้มีข่าว ดีสำหรับคนที่ปวดหัวกับค่าไฟที่ควักกระเป๋าจ่ายเพิ่มขึ้นจากการใช้งาน เครื่องปรับอากาศให้คลายร้อนยิ่งสภาพอากาศในบ้านเราที่เครื่องปรับอากาศกลาย เป็นสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็นต้องใช้ในชีวิตประจำวัน นักวิจัยจากสหรัฐฯกำลังพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ที่คาดว่าจะประหยัดได้สูงสุดถึง 50-90% เมื่อเทียบกับมาตรฐานทั่วไป

นายอีริค คูซุบัล วิศวกรอาวุโส จากห้องแล็บปฏิบัติการพลังงานหมุนเวียนแห่งชาติ National Renewable Energy Laboratory : NREL ของสหรัฐอเมริกา ได้ร่วมกันพัฒนาเทคโนโลยีใหม่เรียกว่า DEVap หรือ Desiccant-Enhanced eVaporative air conditioner สำหรับเครื่องปรับอากาศ

เป็นแนวคิดใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีผสมระหว่างการ ทำความเย็นแบบระเหยกับสารเกลืออบแห้ง ในแบบที่ไม่เคยมีมาก่อนในวงการวิทยาศาสตร์
ว่าด้วยการเคลื่อนย้ายความ ร้อนออกจากอากาศ

ถือว่าเป็นการปฏิวัติการทำความเย็น ด้วยการนำคาร์บอนจำนวนล้านๆตันแยกออกจากอากาศ เป็นการทำงานร่วมระหว่างเยื่อบุ ผิวบางๆ, ตัวทำความเย็นแบบระเหยและสารที่ทำให้แห้งสนิท รวบรวมไว้ ในอุปกรณ์เดียวในสินค้าที่มีความสามารถเฉพาะ ด้วยการใช้กลไกภูมิอากาศความร้อนและความชื้น ซึ่งในบรรยากาศความชื้นจะเพิ่มน้ำในอากาศ สร้างความร้อนและความหนืดในสภาพแวดล้อม ยิ่งไปกว่านั้น อากาศไม่สามารถดูดซับน้ำเพียงพอที่จะคลายความเย็นออกมา

ความเย็นมาใน สองรูปแบบคือความเย็นเหมาะสมซึ่งเป็นอุณหภูมิที่ลดลงและการทำความเย็นแฝงที่ มาจากการดึงความชื้นออกจากอากาศ การพัฒนาความเย็นแบบระเหยเนื่องจากไม่เพิ่มความชื้นในอากาศยังช่วยให้อากาศ เย็นลง

เนื่องจากความซับซ้อนของระบบทำความเย็นสารดูดความชื้นที่ใช้ ในอุตสาหกรรมการอบแห้งเท่านั้น การประดิษฐ์อุปกรณ์สำหรับติดตั้งง่ายและบำรุงรักษาเป็นสิ่งที่มีความบกพร่อง ทางการเย็นจากสารดูดความชื้นเข้ามาในเชิงพาณิชย์ ดังนั้นอุปกรณ์ของหน่วยงาน NREL ที่ใช้เป็นเยื่อบางที่ง่ายต่อกระบวนการไหลของอากาศ การดูดความชื้นและการระเหย ซึ่งจะทำให้ระบบเครื่องปรับอากาศให้ความเย็นสบายและควบคุมความชื้นได้

อากาศ จะเย็นและแห้งจากสภาพร้อนชื้นไปยังสภาพเย็นและแห้งทั้งหมดในขั้นตอนเดียว ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในเสี้ยววินาทีตามกระแสอากาศผ่านอากาศ DEVap ได้ทำการปรับอากาศ ผลที่ได้คือเครื่องปรับอากาศที่ควบคุมทั้งอุณหภูมิและความชื้นได้ และเทคโนโลยี DEVap ใช้สารละลายเกลือมากกว่าทำความเย็นจึงไม่มีอันตรายต่อสภาพแวดล้อมที่ขับสาร CFC และ HCFC ออกมา

ขณะนี้ทาง NREL ได้ทำการจดสิทธิบัตรไว้เรียบร้อย คาดว่าอีก 2-3 ปี จะได้สัมผัสเทคโนโลยีที่ซับซ้อนน่าปวดหัว เพียงแต่สรุปได้ว่า ยังไงก็ได้ขอประหยัดไฟได้เป็นพอ!

หนุ่ม ดิจิตอล
cybernet @ thairath.co.th

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น