ขอขอบคุณข้อมูลภายใต้ความร่วมมือของ สสส. และ วิชาการดอทคอม
www.thaihealth.or.th

เมื่อผู้ชายและผู้หญิงได้ก้าวเข้าสู่วัยทำงาน สิ่งแรกที่ต้องเจอคือ ภาระและหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบมากขึ้น ไหนจะงานที่บ้าน ไหนจะงานที่ทำงาน เพียงแค่นี้แต่ละวันของหนุ่มสาววัยทำงานก็หมดไปอย่างรวดเร็วและเหนื่อยล้า
นอกจากภาระอันหนักอึ้งนี้แล้วยังต้องเจอกับอายุที่เพิ่มมากขึ้นทุกวันด้วย เหตุนี้หลายคนจึงหนีไม่พ้นอาการอ่อนล้าจากภาวะที่เรียกว่า “Energy Short” หรือพลังงานเกิดจากการลัดวงจรจากการที่ร่างกายทำงานหนัก โดยทางออกที่ดีคือการหันมาใส่ใจดูแลสุขภาพกายและใจกันด้วย 5 เคล็ดลับ จากคำแนะนำของ ม.ร.ว. พรรณนิภา จันทรทัต ประธานชมรมโภชนวิทยามหิดล ซึ่งมีอะไรบ้างลองมาอ่านกัน
1.กินอาหารเช้าเป็นประจำก่อนจะใช้พลังงาน ในการทำงานตลอดทั้งวัน ร่างกายจำเป็นต้องเติมพลังงานและสารอาหารเสียก่อน เพราะในขณะนอนหลับเราไม่ได้รับสารอาหาร เพิ่มเติมแต่ร่างกายยังคงใช้สารอาหารต่างๆ อยู่ตลอดเวลา ดังนั้นมื้อเช้าจึงเป็นมื้อสำคัญที่ขาดไม่ได้ แต่การงดอาหารเช้ากลับเป็นกิจวัตรยอดฮิตของคนทำงาน เพียงเพราะคำอ้างที่ว่าไม่มีเวลา ทางออกที่ดีสำหรับคนทำงาน คือ กินอาหารเช้าที่ง่าย สะดวกแต่ยังมีคุณค่า เช่น นมหรือเครื่องดื่มธัญญาหารธรรมชาติ แซนด์วิชทูน่าโฮลวีต และผลไม้เพื่อให้ได้สารอาหารอย่างครบถ้วนและไม่มีไขมันสูงเท่านี้ก็พร้อมรับ มือกับการเริ่มต้นทำงานในแต่ละวันแล้ว
2.ดื่มน้ำหรือเครื่องดื่มธัญญาหารระหว่างวัน ภาวะขาดน้ำอาจทำให้ร่างกาย อ่อนล้าในระหว่างวัน จึงควรดื่มน้ำเพื่อเพิ่มความสดชื่นและกระตุ้นให้ร่างกายกระปรี้ กระเปร่า พร้อมจะทำงานอยู่เสมอ หรือหันมาดื่มเครื่องดื่มที่ให้คุณประโยชน์จากสารอาหารธรรมชาติแบบหวานน้อย แทนเครื่องดื่มประเภทน้ำอัดลมและกาแฟ เพราะปัจจุบันเครื่องดื่มบางชนิด ได้เพิ่มคุณประโยชน์จากธรรมชาติเข้าไป เช่น มอลต์ นมโค งาดำ ลูกเดือย ถั่วเหลือง หรือจมูกข้าวสาลี ซึ่งล้วนเป็นแหล่งโปรตีนคาร์โบไฮเดรต วิตามิน แคลเซียม และแร่ธาตุหลายชนิด จึงช่วยให้ร่างกายได้รับพลังงานอย่างรวดเร็ว และลดอาการล้าอ่อนเพลียจากภาวะที่เรียกว่า “Energy Short” ได้เป็นอย่างดี ทั้งยังช่วยให้อยู่ท้องไม่หิวระหว่างวันอีกด้วย
3.กินอาหารถูกหลักโดยกินคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน เช่น ธัญญาหาร ข้าวซ้อมมือ ขนมปังโฮลวีต ซึ่งมีเส้นใยสูงจะช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด กินไขมันดี (HDL) เช่น น้ำมันมะกอก ปลาทะเล เป็นต้น กินโปรตีนเล็กน้อย โดยเลือกโปรตีนที่ดี ได้แก่ เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ปลา เต้าหู้ ถั่วต่างๆ เพราะโปรตีนจะช่วยให้ทำงานได้นานกว่าการกินแต่คาร์โบไฮเดรต เพิ่มผักและผลไม้และธัญญาหารในมื้ออาหารให้มากขึ้น อาจใช้วิธีกินผักครึ่งหนึ่ง อาหารอย่างอื่นครึ่งหนึ่งและอย่าลืมดื่มนมหรือเครื่องดื่มธัญญาหารอย่างน้อย วันละ 2 แก้ว เพื่อเพิ่มแคลเซียม
4.เติมพลังงานด้วยอาหารมื้อเล็กๆ บ่อยๆ เพื่อให้มีพลังงานอยู่ตลอดทั้งวัน เพราะคนทำงานต้องใช้ พลังงาน ร่างกายและสมองตลอด 8-12 ชั่วโมง โดยในมื้อย่อยให้กินอาหารที่มีเส้นใย ไขมัน ต่ำ น้ำตาลต่ำ เช่น เครื่องดื่มธัญญาหาร เครื่องดื่มผสมมอลต์ โยเกิร์ต ซึ่งล้วนเป็นอาหารว่างที่ให้พลังงานต่ำ มีสารอาหารและกาก ใยสูง เลิกนิสัยแบบเดิมๆ ที่มักกินขนมปัง กาแฟ หรือคุกกี้ระหว่างทำงาน เพราะอาจต้องเจอกับปัญหาอ้วนลงพุงได้
5.ปรับอารมณ์ การเคร่งเครียดกับการทำงานความอ่อนล้าเหน็ดเหนื่อยสะสมเป็นอุปสรรคสำคัญของ คนทำงาน การจะผ่านสิ่งเหล่านี้ไปได้ต้องฝึกผ่อนคลายอารมณ์ หัดมีอารมณ์ขัน ลองพูดคุยกับเพื่อนร่วมงานบ้าง หาวิธีคลายเครียด ด้วยการนวดใบหู ฟังเพลง หาเวลาไปออกกำลังกายบ้าง หรือพักสายตาสักนิดจะช่วยให้อารมณ์ดีขึ้น เพราะหากรู้สึกอ่อนล้าร่างกายจะไม่อยากทำงาน บางทีอาจทำให้คนรอบข้างรู้สึกตามไปด้วย การปรับอารมณ์ให้สดใส สดชื่น จะช่วยเพิ่มพลังใจให้มีแรงสู้กับการทำงาน เพราะสภาพจิตใจมีพลังมากกว่าพลังกายเสียอีก
สิ่ง ที่สำคัญที่หนุ่มสาวทำงานทั้งหลาย ควรคำนึงไว้อยู่ตลอดอีกหนึ่งข้อนั้นคือ...ร่างกายเราไม่ใช่เครื่องจักรในการ ทำงานเพียงอย่างเดียว ดังนั้นควรหาเวลาพักผ่อนดูแลสุขภาพตัวเองกันบ้างเพื่อสุขภาพที่ดีและอายุที่ ยืนยาวในการทำงานต่อไป
ที่มา: http://www.vcharkarn.com/varticle/40931
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น