ขอขอบคุณข้อมูลภายใต้ความร่วมมือของกระทรวง พลังงานและวิชาการดอทคอม
http://www.energy.go.th/moen/default.aspx
จากปัญหาราคาน้ำมันดิบซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตกระแสไฟฟ้ามีราคาสูง ขึ้น ทำให้ประเทศต่างๆ ทั่วโลกหันมาให้ความสำคัญกับพลังงานหมุนเวียน พลังงานทดแทนมากขึ้น และพลังงานหนึ่งที่ได้รับความสนใจและนำไปใช้ผลิตไฟฟ้าในหลายๆ ประเทศก็คือ พลังงานลม เพราะเป็นพลังงานที่ไม่ก่อให้เกิดปัญหาก๊าซเรือนกระจก โดยปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) จากกังหันลม (Wind Turbine) ซึ่งเป็นอุปกรณ์สร้างพลังงาน มีเพียง 1% ของปริมาณทั้งหมดที่เกิดจากถ่านหินและ 2% ของปริมาณที่เกิดจากก๊าซธรรมชาติ ดังนั้น พลังงานลมจึงเป็นพลังงานที่สะอาด เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

กังหันลมที่ใช้ผลิตไฟฟ้าเป็นกังหันลมชนิดแนวแกนนอน ซึ่งมีแกนหมุนขนานกับทิศทางลม มีใบพัดเป็นตัวตั้งฉากรับแรงลม มีหางเสือควบคุมกังหันให้เป็นไปตามทิศทางของกระแสลม และมีอุปกรณ์ป้องกันกังหันชำรุดเสียหายเมื่อลมพัดแรง โดยส่วนประกอบที่สำคัญๆของกังหันลมผลิตไฟฟ้า ประกอบด้วย

1. ใบพัด เป็นตัวรับพลังลมและเปลี่ยนให้เป็นพลังงานกล ซึ่งยึดติดกับชุดแกนหมุนและส่งแรงจากแกนหมุนไปยังเพลาแกนหมุน
2. เพลาแกนหมุน รับแรงจากแกนหมุนใบพัด และส่งผ่านระบบกำลัง เพื่อหมุนและปั่นเครื่องกำเนิดไฟฟ้า
3. ห้องส่งกำลัง เป็นระบบปรับเปลี่ยนและควบคุมความเร็วในการหมุน ระหว่างเพลาแกนหมุนกับเพลาของเครื่องกำเนิดไฟฟ้า
4. ห้องเครื่อง ซึ่งมีขนาดใหญ่และมีความสำคัญต่อกังหันลม ใช้บรรจุระบบต่างๆ ของกังหันลม เช่น ระบบเกียร์เครื่องกำเนิดไฟฟ้า เบรก และระบบควบคุม
5. เครื่องกำเนิดไฟฟ้า ทำหน้าที่เปลี่ยนพลังงานกลเป็นพลังงานไฟฟ้า
6. ระบบควบคุมไฟฟ้า ใช้ระบบคอมพิวเตอร์เป็นตัวควบคุมการทำงาน และจ่ายกระแสไฟฟ้าเข้าสู่ระบบ
7. ระบบเบรก เป็นระบบกลไกเพื่อใช้ควบคุมการหยุดหมุนของใบพัดและเพลาแกนหมุนของกังหัน เมื่อได้รับความเร็วลมเกินความสามารถของกังหันที่จะรับได้ และในระหว่างการซ่อมบำรุงรักษา
8. แกนคอหมุนรับทิศทางลม เป็นตัวควบคุมการหมุนห้องเครื่อง เพื่อให้ใบพัดรับทิศทางลมโดยระบบอิเล็คทรอนิกส์ที่เชื่อมต่อให้มีความ สัมพันธ์กับหางเสือรับทิศทางลมที่อยู่ด้านบนของเครื่อง
9. เครื่องวัดความเร็วลมและทิศทางลม เชื่อมต่อสายสัญญาณเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ เพื่อเป็นตัวชี้ขนาดของความเร็ว
และ ทิศทางของลม เพื่อที่คอมพิวเตอร์จะได้ควบคุมกลไกอื่นๆได้ถูกต้อง
10 . เสา ซึ่งตั้งอยู่ที่พื้นที่ที่ทำการก่อสร้างอย่างถูกวิธีตามหลักวิศวกรรม และเป็นตัวแบกรับส่วนที่เป็นตัวเครื่องที่อยู่ข้างบน
กังหันลมผลิตไฟฟ้า จะทำงานเมื่อมีลมมาปะทะจนทำให้กังหันหมุน เครื่องกำเนิดไฟฟ้ากระแสตรงที่อยู่ติดกับส่วนของกังหันจะผลิตและทำการจ่าย กำลังไฟฟ้ากระแสตรง ผ่านเครื่องควบคุมไฟฟ้ากระแสตรงที่ติดตั้งไว้ด้านล่างเพื่อสะสมพลังงานโดย การอัดประจุไฟฟ้าให้แก่แบตเตอรี่ แล้วจึงเปลี่ยนเป็นพลังงานไฟฟ้ากระแสสลับ ซึ่งเป็นไฟฟ้าที่ใช้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ
ปัจจุบันมีหลายประเทศที่ใช้กังหันลมในการผลิตกระแสไฟฟ้า ส่วนใหญ่เป็นประเทศในแถบยุโรป รองลงมาคืออเมริกาเหนือและเอเชีย ตามลำดับ โดยประเทศที่มีการติดตั้งกังหันลมผลิตไฟฟ้ามากที่สุด 10 อันดับแรก ได้แก่ สหรัฐอเมริกา เยอรมนี สเปน อินเดีย โปรตุเกส จีน อิตาลี อังกฤษ ฝรั่งเศส และออสเตรเลีย
สำหรับประเทศไทยนั้น มีการทดลองติดตั้งกังหันลมผลิตกระแสไฟฟ้าไว้ที่ สถานีพลังงานทดแทนแหลมพรหมเทพ จ.ภูเก็ตซึ่งตั้งอยู่ทางทิศเหนือของแหลมพรหมเทพ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2526ต่อมาในปี พ.ศ.2531 การไฟฟ้าฝ่ายผลิตได้ทดลองเชื่อมต่อระบบกังหันลมเข้ากับระบบจ่ายไฟของการ ไฟฟ้าฝ่ายผลิต และสามารถจ่ายไฟได้จริงในเดือนสิงหาคม พ.ศ.2533 ซึ่งนับว่าเป็นครั้งแรกในประเทศไทยที่สามารถผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมได้ และปัจจุบันได้มีการติดตั้งกังหันลมผลิตไฟฟ้าเพื่อการสาธิตนำร่องกำลังการ ผลิต 250 กิโลวัตต์ จำนวน 1 ชุด ที่บ้านทะเลปังอ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช และภายในปี พ.ศ.2551 จะติดตั้งกังหันลมผลิตไฟฟ้าเพื่อการสาธิตนำร่องอีก 2 ชุด กำลังผลิตรวม1,750 กิโลวัตต์ ที่แหลมตาชี จ.ปัตตานี

นอกจากกังหันลมที่มีรูปร่างหน้าตาแบบเดิมแล้ว ปัจจุบันได้มีผู้คิดค้น ทดลอง สร้างกังหันลมที่มีรูปร่างหน้าตาที่แปลกแตกต่างไปจากแบบเดิม เพื่อให้กังหันลมสามารถผลิตไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นอีกด้วย
ในภาวะวิกฤตการณ์ราคาน้ำมันแบบนี้ การติดตั้งกังหันลมผลิตไฟฟ้าในพื้นที่ที่มีศักยภาพลมดี จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่จะทำให้มีกระแสไฟฟ้าใช้โดยไม่ต้องพึ่งพาน้ำมัน และที่สำคัญยังเป็นพลังงานสะอาด พลังงานสีเขียวอีกด้วย
ที่มา: http://www.vcharkarn.com/varticle/40959
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น